สำนักงานเทศบาลนครนนทบุรี

ชื่อเสียงเลื่องลือแต่โบราณ

          สวนผลไม้ที่บางกอกและนนทบุรีนี้เดิมเรียกว่า “สวนใน” คู่กับ “สวนนอก” ที่บางช้างในพื้นที่สวนในและสวนนอกยังแบ่งเป็นหลายย่าน ซึ่งแต่ละย่านก็มีผลไม้ขึ้นชื่อเลื่องลือที่สุดได้แก่ ทุเรียนบ้านหม้อ กระท้อนห่อบางกร่าง มะปรางท่าอิฐ และลิ้นจี่เกาะศาลากุน (เกาะเกร็ด)

ทุเรียนบ้านหม้อ  เป็นแหล่งปลูกทุเรียนพันธุ์ดีนับร้อยพันธุ์ได้แก่ กบ ลวง ก้านยาว กำปั่น ทองย้อย ซึ่งเป็นที่นิยมว่ามีรสชาติดีที่สุดในประเทศไทย

กระท้อนห่อบางกร่าง  พันธุ์ดั้งเดิมคืออีไหว (ธรณีไหว) ลักษณะเด่นคือผลใหญ่ ดก รสหวาน เมื่อกระท้อนออกผลชาวสวนจะห่อผลด้วยกระโปรงที่ทำมาจากใบตองเพื่อป้องกันแสงแดดและแมลงรบกวน

มะปรางท่าอิฐ  มะปรางหวานหรืออีไข่เต่า ผลใหญ่ยาวรีคล้ายไข่เต่าเมื่อสุกมีผิวสีเหลืองทอง รสหวานสนิท เจ้านายในวังสมัยก่อนนิยมนำไปทำมะปรางลอยแก้วเป็นเครื่องเสวย จึงเรียกอีกอย่างว่า มะปรางเสวย

ลักษณะเด่นของสวนเมืองนนท์  คือเป็นสวนยกร่อง มีท้องร่องสำหรับเก็บกักน้ำไว้ในสวนพื้นที่สวน 1 แปลง เรียกว่า  “ขนัด”

การเดินสวน (การเก็บอากรค่าสวนในสมัยโบราณ)

          ในสมัยโบราณชาวสวนจะต้องเสียค่าอากรสวนให้กับทางราชการตามจำนวนต้นไม้ในสวนที่โตได้ขนาด โดยจะมีข้าหลวงออก “เดินสวน” เพื่อตรวจนับต้นไม้ที่ต้องเสียอากรประเภทต่างๆแล้วจึงออกโฉนดตราแดงให้เจ้าของสวนไว้เป็นหลักฐาน ข้าหลวงที่ออกเดินสวนมีชุดละ 8 นาย ซึ่งจะทำหน้าที่ต่าง ๆ เช่น วัดขนาดต้นไม้ นับจำนวน และจดบันทึก ไม้ยืนต้นที่ถือเป็นไม้ชั้นดีต้องเสียอากรอัตราสูง เรียกว่า “อากรสวนใหญ่” ได้แก่ทุเรียน มังคุด มะม่วง มะปราง ลางสาด หมาก พลู มะพร้าว ส่วนไม้ยืนต้นชั้นรองจะต้องเสียอากรต่ำกว่า เรียกว่า “พลากร” ได้แก่ ขนุน กระท้อน เงาะ ส้ม มะไฟ ฝรั่ง สาเก สับปะรด สำหรับไม้ล้มลุก เช่นกล้วย อ้อย ต้องเสียอากรที่เรียกว่า “สมพัตสร” การเก็บอากรค่าสวนแบบโบราณนี้มีมาถึงสมัยรัชกาลที่ 5 จึงยกเลิกไป

3045
3046

Element

Become a Member


Continue